รับของโจร ธรรมกายไม่เข้าข่าย
จากกระแสข่าวหนาหูว่า เจ้าอาวาสวัดธรรมกายถูกตั้งข้อหารับของโจร
โดย DSI
และสื่อต่างๆพยายามที่จะชี้นำมาโดยตลอด ผมเลยต้องไปหาข้อมูลเอามาแชร์กันเป็นความรู้มาดูตัวกฎหมายกันก่อน
________________________________________________________________________________
ประมวลกฎหมายอาญา
อาญา
มาตรา ๓๕๗ รับของโจร
อาญา มาตรา ๓๕๗
หมวด 6 ความผิดฐานรับของโจร
มาตรา 357 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น
ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด
ซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้า
ความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์
ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน รับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี
หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำเพื่อค้ากำไร หรือได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตามมาตรา 335
(10) ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี
และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงสองหมื่นบาท
ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น
ได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตามมาตรา 335 ทวิ
การชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 ทวิ
หรือการปล้นทรัพย์ตามมาตรา340 ทวิ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี
และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสามหมื่นบาท
-------------------------------------------------------------------------------------------
ทีนี้เรามดูกันครับว่ากรณีของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเข้าข่ายใหม?
เรามาดูเทียบเคียงกับฏีกาที่ได้ตัดสินไปแล้วกันสักสองสาม ฎีกา
ดูตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ผ่านมากัน
- เจตนา
- คำพิพากษาฎีกาที่ 265/2507
ในความผิดฐานรับของโจรนั้น จะเกิดเป็นความผิดขึ้นในขณะที่จำเลยได้รับทรัพย์นั้นไว้
โดยรู้อยู่ว่าเป็นของได้มาจากการกระทำผิด
ไม่ใช่เป็นความผิดขณะที่ครอบครองทรัพย์นั้นอยู่
จากที่ลูกศิษย์ลูกหา และชาวธรรมกายออกมาให้ข้อมูลบอกว่า
เจ้าอาวาสแค่อออกมารับถวายเงินทำบุญอย่างเดียวโดยไม่เคยเห็นแม้แต่เช็ค
เมื่อรับถวายแล้วเจ้าหน้าที่การเงินก็เอาไปจัดการต่อทั้งหมด อันนี้ถือว่าไม่รู้ที่มาของทรัพย์ว่ามาจากการกระทำผิดและได้มาอย่างไร
และในช่วงที่มีการถวายเช็คเป็นช่วงที่
สหกรณ์ฯไม่ได้มีปัญหาการเงินและยังมีรายงานการทำบัญชีใช้จ่ายที่ชัดเจน แม้ปัจจุบันนายศุภชัย
จะมีคดีความและต่อสู้อยู่ในศาล
แต่ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าผิด ดังนั้นเงินที่ถวายทำบุญ จึงยังไม่จัดอยู่ในของที่ได้มาจากการกระทำผิด
เมื่อนำกรณีมาเทียบเคียง
การที่ DSI
กำลังจะชี้มูลความผิด เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย
จึงถือว่าไม่ผิด และไม่เข้าข่ายรับของโจร
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------