วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559

รับของโจร ธรรมกายไม่เข้าข่าย ตอน 2



        จากตอนที่แล้วมีตัวอย่างฏีกามาเสนอ    ตอนนี้ขอเอาตัวอย่างอีก ฏีกามาเทียบเคียงครับ 



-                                     คำพิพากษาฎีกาที่ 1276/2530 การซื้อขายวิทยุติดรถยนต์ของกลาง ได้กระทำกันโดยเปิดเผย และจำเลยรับซื้อของกลางไว้ โดยไม่รู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยจึงไม่มีความผิด เพราะขาดองค์ประกอบที่จะเป็นความผิดฐานรับของโจร

                                     _______________________________________________


                                      วัดธรรมกายออกมาให้ข้อมูลว่าการรับถวายเงินทำบุญ  มีคนมาถวายกันครั้งละมากๆ   และกระทำกันในห้องประชุมใหญ่ซึ่งเป็นที่สาธารณะ  จัดได้ว่าเป็นการกระทำกันโดยเปิดเผย และรับ   
        โดยสุจริต ทั้งไม่รู้มาก่อนว่าทรัพย์นั้นได้มาจากการกระทำผิดหรือไม่


                                   การที่ DSI กำลังชี้มูลความผิด เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย  ถ้าเทียบเคียงกรณีนี้ถือว่าขาดองค์ประกอบที่จะเป็นความผิดฐานรับของโจร

รับของโจร ธรรมกายไม่เข้าข่าย ตอน 1

 รับของโจร ธรรมกายไม่เข้าข่าย 



                       จากกระแสข่าวหนาหูว่า เจ้าอาวาสวัดธรรมกายถูกตั้งข้อหารับของโจร โดย DSI 
และสื่อต่างๆพยายามที่จะชี้นำมาโดยตลอด  ผมเลยต้องไปหาข้อมูลเอามาแชร์กันเป็นความรู้มาดูตัวกฎหมายกันก่อน


          


                 ________________________________________________________________________________

ประมวลกฎหมายอาญา

อาญา มาตรา ๓๕๗ รับของโจร
อาญา มาตรา ๓๕๗


            หมวด 6        ความผิดฐานรับของโจร

                 มาตรา 357      ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้า ความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน รับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำเพื่อค้ากำไร หรือได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตามมาตรา 335 (10) ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงสองหมื่นบาท
ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตามมาตรา 335 ทวิ การชิงทรัพย์ตามมาตรา 339 ทวิ หรือการปล้นทรัพย์ตามมาตรา340 ทวิ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสามหมื่นบาท

       ------------------------------------------------------------------------------------------- 




              ทีนี้เรามดูกันครับว่ากรณีของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเข้าข่ายใหม?  
เรามาดูเทียบเคียงกับฏีกาที่ได้ตัดสินไปแล้วกันสักสองสาม ฎีกา



 ดูตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ผ่านมากัน 


-          เจตนา
-          คำพิพากษาฎีกาที่ 265/2507 ในความผิดฐานรับของโจรนั้น จะเกิดเป็นความผิดขึ้นในขณะที่จำเลยได้รับทรัพย์นั้นไว้ โดยรู้อยู่ว่าเป็นของได้มาจากการกระทำผิด ไม่ใช่เป็นความผิดขณะที่ครอบครองทรัพย์นั้นอยู่

             จากที่ลูกศิษย์ลูกหา และชาวธรรมกายออกมาให้ข้อมูลบอกว่า เจ้าอาวาสแค่อออกมารับถวายเงินทำบุญอย่างเดียวโดยไม่เคยเห็นแม้แต่เช็ค เมื่อรับถวายแล้วเจ้าหน้าที่การเงินก็เอาไปจัดการต่อทั้งหมด  อันนี้ถือว่าไม่รู้ที่มาของทรัพย์ว่ามาจากการกระทำผิดและได้มาอย่างไร  และในช่วงที่มีการถวายเช็คเป็นช่วงที่ สหกรณ์ฯไม่ได้มีปัญหาการเงินและยังมีรายงานการทำบัญชีใช้จ่ายที่ชัดเจน  แม้ปัจจุบันนายศุภชัย จะมีคดีความและต่อสู้อยู่ในศาล  แต่ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าผิด ดังนั้นเงินที่ถวายทำบุญ จึงยังไม่จัดอยู่ในของที่ได้มาจากการกระทำผิด 

  เมื่อนำกรณีมาเทียบเคียง  
   การที่ DSI กำลังจะชี้มูลความผิด เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย  
  จึงถือว่าไม่ผิด และไม่เข้าข่ายรับของโจร  

              ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------